ดิน
     ดิน" คือวัตถุที่เกาะตัวกันเป็นกลุ่มก้อนรวมตัวกันเป็นชั้น ๆ ปกคลุมผิวบนของเปลือกโลก
          ดิน เป็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกันของบรรยากาศและระบบทางชีววิทยา โดยขบวนการสลายตัวของแร่ธาตุต่างๆ ผสมกับอินทรียวัตถุ เช่น ซากพืช ซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยผุพังไปตามกาลเวลา เนื้อที่ของดินจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น ความแปรปรวนของอุณหภูมิ ความชื้น ลม กระแสน้ำ และการกระทำของมนุษย์ เป็นต้น
องค์ประกอบของดิน
          1. แร่ธาตุอาหารซึ่งเป็นส่วนที่เกิดจากการสลายตัวของแร่ธาตุและหินมีประมาณ 45 %
          2. อินทรียวัตถุ เป็นส่วนที่เกิดจากการสลายตัวหรือเน่าเปื่อยผุพังของซากพืช ซากสัตว์มีประมาณ 5 %
          3. อากาศเป็นช่องว่างระหว่างก้อนดินซึ่งมีอากาศอยู่ มีประมาณ 25 %
          4. น้ำ เป็นส่วนที่อยู่ในช่องว่างระหว่างก้อนดิน มีประมาณ 25 %
          จากการรวมตัวกันขึ้นโดยทางธรรมชาติของแร่ธาตุและอินทรียวัตถุประกอบกับมีอากาศและน้ำในปริมาณที่เหมาะสมดินก็จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช พืชพันธ์ไม้นานาชนิดได้อาศัยดินเป็นที่หยั่งรากและขยายพันธุ์เพื่อเป็นอาการของมนุษย์และสัตว์ต่อๆ ไป
          ถ้าจะกล่าวอย่างสรุปแล้ว ดินมีบทบาทสำคัญต่อระบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ดิน ทำให้มนุษย์ สัตว์ และพืชต่างๆ มีชีวิตอยู่ได้ในโลก มนุษย์ สัตว์ และพืช ล้วนแต่พึ่งพาอาศัยดินในการดำรงชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์แล้วดินมีความสำคัญมาก ดินเป็นต้นเหตุของการเกิดทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้มา
ประโยชน์ของดิน
          ดินมีความสำคัญยิ่งต่อชีวิตของมนุษย์และยังมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อีกด้วย สิ่งมีชีวิตต่างก็ผูกพันอยู่กับดินเนื่องจากที่ดินถูกนำมาใช้ประโยชน์เพื่อ           1. การเกษตรกรรม ดินเป็นที่เพาะปลูกเป็นแหล่งผลิตอาหารของมนุษย์ เพราะดินจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ทำให้น้ำ แสงแดด และอากาศ ร่วมกันสร้างพืชพันธุ์ทุกชนิดให้เจริญงอกงามและดินจะให้อากาศแก่รากพืชในการหายใจ และให้ธาตุอาหารแก่พืช
          2. การปศุสัตว์ดินเป็นแหล่งอาหารสัตว์มีพืชและหญ้าที่เป็นอาหารสัตว์ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติมากมาย ซึ่งเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์
          3. พื้นที่ป่าไม้ อันเป็นแหล่งกำเนิดของปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต 4 ประการคือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และทีอยู่อาศัย นอกจากดินยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติอีกด้วย
          4. แหล่งที่อยู่อาศัยเป็นที่ต้องของเมืองเป็นรากฐานของความเจริญมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เกิดวัฒนธรรมและอารยธรรมและมีอิทธิพลทางการเมืองอีกด้วย
          5. แหล่งอุตสาหกรรม พาณิชย์กรรมและเหมืองแร่ ดินถือว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติและเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญปัจจัยหนึ่ง
          6. แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ดินเป็นฐานที่ตั้งของทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งถือได้ว่า ดินมีบทบาทต่อสุขภาพจิตของประชาชนโดยทั่วไป และมีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวด้วย
          อย่างไรก็ตามมนุษย์ไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากดินตามที่ต้องการได้ทุกอย่างมนุษย์พึ่งพาอาศัยดินโดยมีขอบเขตจำกัดจะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของดิน และระบบนิเวศวิทยาที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นมนุษย์ใช้ดินในแต่ละท้องถิ่นเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทุกอย่างในดินแห่งเดียวกัน ที่ดินย่อมมีความเหมาะสมในการผลิตสิ่งต่างๆ สนองความต้องการของมนุษย์แตกต่างกันไป
ปัญหาการใช้ที่ดิน
          การใช้ประโยชน์จากดินของมนุษย์ในปัจจุบันนี้ มักถูกมองข้ามในเรื่องคุณลักษณะระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของดิน ทั้งนี้ เนื่องมาจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เปลี่ยนแปลงไปเมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้นความต้องการในปัจจัย 4 ที่เป็นความต้องการพื้นฐานในการดำรงชีวิตก็เพิ่มขึ้นการอพยพหลั่งไหลของประชากรเข้ามาสู่เขตเมือง ทำให้เกิดความต้องการที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านเรือนและสาธารณูปโภค เขตเมืองขยายกว้างขวางขึ้น เมื่อประชากรเพิ่มความต้องการอาหารก็เพิ่มตาม มีการขยายเนื้อที่เพาะปลูกเร่งผลผลิตใส่ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของดิน สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางประการที่ทำให้เกิดปัญหาดินเสื่อมโทรมขึ้นได้ นอกจากนี้ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดของเสียที่ทำลายยากและตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน ก็มีส่วนเร่งดินเสื่อมโทรมได้เร็วขึ้น

ปัญหาของดินในปัจจุบันมี 2 ประการ
          1. การพังทลายของดินและการสูญเสียหน้าดิน คือ การมีส่วนหนึ่งส่วนใดของดินหรือทั้งหมดถูกพาให้เคลื่อนที่อาจจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เช่น การชะล้าง การกัดเซาะของน้ำและลม การเคลื่อนที่ของดิน การถล่มของดิน เป็นต้น หรือดินอาจจะพังทลายโดยการกระทำของมนุษย์ เช่น การทำลายป่า เผาป่า การทำการเพาะปลูกผิดวิธี เป็นต้น
          2. ความเสื่อมโทรมดิน คือ การที่ดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์และแร่ธาตุอาหารในดินด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น ขาดน้ำ ขาดอากาศ ขาดปุ๋ย ดินเค็มจัด เปรี้ยวจัด สารเป็นพิษตกค้างอยู่ในดินเป็นต้น สำหรับสาเหตุของความเสื่อมโทรมนั้น อาจจะเนื่องมาจากสาเหตุดั้งเดิม คือ การที่มีสารเป็นพิษเกิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดดิน เช่น มีโลหะหนัก มีสารประกอบที่เป็นพิษ ซึ่งอาจจะทำให้ดินเค็ม ดินด่าง ดินเปรี้ยวได้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่เกิดจากสารเป็นพิษและสิ่งสกปรกจากภายนอกปะปนอยู่ในดิน เช่น ขยะจากบ้านเรือน ของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม สารเคมีตกค้างจากการใช้ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช ซึ่งสามารถแบ่งเป็นสาเหตุโดยทั่วไปได้ดังนี้
               2.1 ความเสื่อมโทรมของดินที่เกิดจากการสะสมของเกลือและด่างในดินหรือความเป็นกรดจัด จะมีผลทำให้การถ่ายเทอากาศมีจำกัดอัตราการซึมซาบของน้ำในดินลดลง ปริมาณน้ำที่พืชจะนำไปใช้ลดลงและธาตุอาหารบางอย่างอาจถูกละลายออกมากเกินไปจนไม่อยู่ในสภาพที่พืชจะนำไปใช้ได้อย่างปลอดภัย
               2.2 ความเสื่อมโทรมและสกปรกเป็นพิษของดินที่เนื่องมาจากการปล่อยของเสียและสิ่งปฏิกูลจากบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งขับถ่ายและมูลฝอยจากบ้านเมือง หรือเศษอาหาร เศษไม้ เศษกระดาษ เศษโลหะ สารเคมีจากโรงงาน อุตสาหกรรมก็ตามจะถูกทับถมอยู่ในดิน จึงทำให้ดินเป็นแหล่งอาศัยของเชื้อโรคพยาธิสัตว์ ที่เป็นพาหะนำโรค
               2.3 ความเสื่อมโทรมและสกปรกเป็นพิษของดินที่เนื่องมาจากยากำจัดศัตรูพืชและการใช้ปุ๋ยเคมีในการเกษตรกรรมเมื่อเกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีหรือยากำจัดศัตรูพืช จะมีสารเคมีที่เป็นพิษตกค้างอยู่ในดินและคงอยู่เป็นเวลานาน สารเหล่านี้จะเคลื่อนย้ายและถูกดูดซึมเข้าไปอยู่ในพืชได้
               2.4 ความเสื่อมโทรมและสกปรกเป็นพิษของดินเนื่องจากสารกัมมันตรังสีสารกัมมันตรังสีที่เกิดจากการทดลองหรือจากขบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมอาจจะตกจากอากาศหรือปะปนมากับของเหลงหรือของเสียของกากกัมมันตรังสีสะสมอยู่ในดิน สารนี้สามารถถูกดูดซึมเข้าไปสะสมอยู่ในใบและดอกของพืชได้
          สาเหตุของปัญหาการพังทลายและความเสื่อมโทรมของดินนั้น มีที่มาเนื่องจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสมด้วยโดยทั่วไปแล้วการกำเนิดและการสูญเสียหน้าดิน ชั้นของดินจะหนาขึ้นเป็นลำดับ อย่างไรก็ตามขบวนการเกิดของดินจะเป็นไปอย่างช้าๆ ซึ่งไม่ทันต่อความต้องการใช้ที่ดินของประชาชนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาต่างๆ จึงเริ่มเกิดขึ้นและเชื่อมโยงเกี่ยวพันกัน
ปัญหาการใช้ที่ดินมีดังนี้
          1. การใช้ดินเพื่อการเกษตรกรรม ที่ดินที่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรมลดน้อยลง เนื่องจากการทำการเกษตรกรรมที่ไม่ถูกหลักวิธี ขาดการบำรุงรักษา การปล่อยให้ผิวดินปราศจากพืชปกคลุมทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นในดิน การเพาะปลูกพืชทำให้ดินเสีย การใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชเพื่อเร่งผลผลิตให้ทันกับความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้ดินเสื่อมคุณภาพมีสารเคมีตกค้างอยู่ในดินไม่เหมาะต่อการเพาะปลูก นอกจากนี้การขยายตัวของเมืองก็รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อการเกษตรถูกนำมาใช้เป็นที่อยู่อาศัย ที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมทำถนนหนทาง หรือถูกเก็บไว้เฉยๆ ไม่นำมาใช้ประโยชน์แต่อย่างใด
          2. การใช้ที่ดินเพื่อการปศุสัตว์ พื้นที่ดินเพื่อการปศุสัตว์จะเป็นพื้นดินที่มีสมรรถนะของดินในการเพาะปลูกต่ำ แต่พื้นที่เหล่านี้ก็มีความสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมให้สมดุลได้ในปัจจุบันนี้การปลูกพืชในลักษณะที่ไม่มีการพักเพื่อบำรุงดิน และปลูกพืชที่ทำให้ดินเสื่อมโทรมเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้คุณภาพของดินเสื่อมลงอย่างรวดเร็วและอาจจะทำให้กลายเป็นพื้นที่แห้งแล้งในอนาคตได้
          3. การใช้ที่ดินเป็นพื้นที่ป่าไม้ ปัจจุบันนี้พื้นที่ป่าไม้ลดน้อยลง เนื่องจากการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า การทำอุตสาหกรรมป่าไม้ และการบุกเบิกป่าเพื่อการเกษตรกรรมที่ไม่ถูกหลักวิชาการ ทำให้ดินขาดพืชปกคลุม และสูญเสียความชุ่มชื้น ซึ่งง่ายต่อการกัดเซาะและการชะล้างของน้ำและลม
          4. การใช้ที่ดินเพื่อการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรม การที่ประชากรเพิ่มมากขึ้นประกอบกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ทำให้ความต้องการพื้นที่ดินเพื่อการขยายเมืองชุมชนและอุตสาหกรรมเพื่มจำนวนตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว และปราศจากการควบคุมการใช้ที่ดินภายในเมืองให้เหมาะสม ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในเมืองหลายประการ เช่น ปัญหาการตั้งถิ่นฐาน ปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม ปัญหาการจราจร ปัญหาสาธารณสุขปัญหามูลฝอย และการบริการสาธารณูปโภคไม่เพียงพอ
ผลของการพังทลายและการเสื่อมโทรมของดิน
          เมื่อดินพังทลายหรือเสื่อมโทรมลงทำให้การใช้ประโยชน์จากที่ดินลดน้อยลง ความสามารถในการผลิตทางด้านเกษตรกรรมลดน้อยลง พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกลดน้อยลง และยังจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนดินอีกด้วย ผลเสียที่เกิดขึ้นนั้นมีดังต่อไปนี้
          1. อันตรายต่อสุขภาพอนามัย การคลุกคลีอยู่กับดินหรือการบริโภคพืชที่มีสิ่งเป็นพิษเจือปนอยู่นั้น ทำให้ร่างกายเติบโตผิดปกติและอาจจะเสียชีวิตได้ในที่สุด
          2. การพังทลายของดินและการสูญเสียหน้าดิน จะทำให้เกิดการทับถมของตะกอนดินตามแม่น้ำ ลำคลอง เขื่อน อ่างเก็บน้ำโดยทำให้ตื้นเขิน จะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของแหล่งน้ำลดต่ำลง ตะกอนดินอาจจะทับถมอยู่ในแหล่งที่อยู่อาศัยและที่วางไข่ของสัตว์น้ำ และยังเป็นตัวกั้นแสงแดดที่จะส่องลงสู่พื้นน้ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
          3. ก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจเพราะเมื่อดินเสื่อมคุณค่า มีกลิ่นเหม็น คุณภาพต่ำลง ผลที่ได้จากการใช้ที่ดินลดลง ดินไม่อำนวยต่อการทำกสิกรรม ไม่เหมาะในการใช้เป็นที่อยู่อาศัย และมีขีดจำกัดในการอุตสาหกรรม
          4. ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม เช่น ปัญหาการขาดแคลนอาหาร การขาดที่ทำกิน และขาดที่อยู่อาศัย
การอนุรักษ์ดิน
          ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมได้เมื่อถูกใช้ประโยชน์อย่างขาดความระมัดระวังหรือไม่ถูกหลักวิธีการ แต่ก็สามารถที่จะปรับปรุงบำรุงรักษาแก้ไขความเสื่อมโทรม ลดความเป็นพิษของดินให้พื้นดินได้เช่นกัน ดินแต่ละแห่งย่อมต้องการการบำรุงรักษาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป โดยยึดเอาหลักการของการอนุรักษ์ดินเป็นสำคัญในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน
          การอนุรักษ์ดิน คือ การใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมการพังทลายของดินและเป็นวิธีการที่ครอบคลุมไปถึงการบำรุงรักษาและฟื้นฟูกำลังผลิตของดินด้วย นอกจากนี้ยังจะเป็นวิธีการใช้ที่ดินจำนวนนอ้ย เพื่อให้เกิดผลผลิตได้มากที่สุด การอนุรักษ์ดินอาจจะทำได้โดยการ
          1. ปรับสภาพของดินให้สามารถต่อต้านการถูกชะล้างเซาะหรือถูกพาให้เคลื่อนที่โดย แรงน้ำและการจัดการระบายน้ำ โดยไม่ให้น้ำเซาะและทำอันตรายแก่ดิน
          2. ปกคลุมดินให้พ้นจากแรงกระทบของฝนและลม
          3. เพิ่มพูนอาหารพืช
          4. ควบคุมและจัดการเกี่ยวกับน้ำ
          5. ไถพรวนให้ถูกต้อง
          6. เลือกใช้ประโยชน์จากที่ดินให้เหมาะสม กับลักษณะของดิน
          การเลือกใช้ประโยชน์จากดินก็มีส่วนสำคัญ อยู่ไม่น้อย การใช้ประโยชน์จากดินเพื่อกิจการต่างๆ เช่น การเพาะปลูก การป่าไม้ การเลี้ยงสัตว์ ที่อยู่อาศัย ฯลฯ จะต้องได้สัดส่วนสมดุลกัน ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ด้วยเหตุผลที่ว่า การเลือกใช้ประโยชน์จากดินที่เหมาะสม จะช่วยทำให้รักษาสภาวะอากาศและระบบนิเวศของท้องถิ่น รักษาความสมดุลของน้ำให้คงสภาพที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพ ป้องกันดินไม่ให้เสื่อมโทรมเนื่องจากการกัดเซาะพังทลายของลม น้ำและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ
          ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศ เป็นแหล่งกำเนิดของปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ประชาชนได้ใช้ดินเป็นเครื่องมือในการทำมาหากินและใช้ประโยชน์อย่างมากมาย มนุษย์ก็คุ้นเคยกับการพึ่งพาอาศัยดินจนไม่ได้นึกถึงความสำคัญของดิน และลืมคิดไปว่า ดินก็เหมือนกับวัตถุอื่นๆ ที่ใช้แล้วย่อมเสื่อมสลายหมดความสมบูรณ์ไปได้เช่นกันถ้าใช้โดยไม่รู้จักระวังรักษามนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงสภาพตามธรรมชาติของดินไม่ว่าจะใช้ประโยชน์ในรูปใดก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้มีตั้งแต่เพียงเล็กน้อย จนถึงขนาดมากมายทำให้เกิดการพังทลาย และการเสื่อมโทรมและเป็นพิษในดินจนนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้และยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ตลอดจนสุขภาพอนามัยของสิ่งมีชีวิตด้วย


 
[ น้ำ ]  [ ดิน ]  [ ป่าไม้ ]  [ อนุรักษ์ป่า ]  [ พืชเกษตร
[ สัตว์ป่า ]  [ พลังงาน ]  [ แร่ธาตุ
[ ปะการัง
 
[ คุณภาพสิ่งแวดล้อมและชีวิต ]  [ ความเข้าใจสิ่งแวดล้อม ]  [ ระบบนิเวศ
[ ทรัพยากรธรรมชาติ ]  [ ปัญหาสิ่งแวดล้อม



  ©  Copyright 1999-2001 Dr. Pariwat, All Rights Reserved
Design By นางสาว สาริณี จุฑาภูวดล และ นางสาวสุภาพร ญาณสูตร
  Last Update  
  วันพฤหัสบดี ที่ 29 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2544
Time - 16 : 35 : 21