| |
แร่ธาตุ |
| |
หนึ่งในบรรดาทัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของชาติได้แก่แร่
โดยในอดีตแร่ดีบุกเป็นแร่ที่สามารถทำรายได้ให้แก่ประเทศเป็นอันดับหนึ่ง แต่กาลเวลาได้เปลี่ยนแปลงไป แร่ตัวอื่น ๆ ได้ผลัดเปลี่ยนขึ้นมาแสดงบทบาทตามภาวะขึ้นลงของตลาดโลกแร่ โดยความหมายแล้วหมายถึง สารประกอบอินทรีย์หรือธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แร่จะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติ ทางเคมี และฟิสิกส์ แต่อาจจะมีการเปลี่นยแปลง ได้เล็กน้อยแต่อยู่ในขอบเขตที่จำกัดเท่านั้นคุณสมบัติทางเคมีได้แก่ประกอบด้วยธาตุที่แน่นอนและอยู่ในโครงสร้างอะตอม และการจัดเรียง ตัวของธาตุเป็นระเบียบส่วนคุณสมบัติทางฟิสิกส์ ได้แก่ สี สีผงละเอียดความวาว รอยแตก ความแข็ง ความถ่วงจำเพาะ ความเป็นแม่เหล็ก และการเรืองแสงคุณสมบัติต่าง ๆ ที่กล่าวแล้วจะเป็นคุณสมบัติเฉพาะแร่ตัวใดตัวหนึ่งโดยเฉพาะ ดังนั้นในการวิเคาระห์แร่จำเป็นต้องอาศัยคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งหรือหลาย ๆ ประการประกอบกัน
แร่แบ่งออกตามองค์ประกอบทางเคมีสามารถแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม ๆ ได้แก่ ธาตุธรรมชาติ ซัลไฟด์ ซัมไฟซอลท์ ออกไซด์ และไฮดรอกไซด์ เป็นต้น
การเกิดแร่มีได้หลายวิธี เช่น จะเกิดในสภาพของการสะสมตัวพร้อมหินข้างเคียงก็ได้ เช่น แร่ในกลุ่มซัลเฟต เช่นแร่ยิปชั่ม หรือเกิดเป็นสายแร่ดันแทรกเข้าไปในหินข้างเคียง เช่นแร่ดีบุก เป็นต้น มนุษย์เราได้มีการนำเอาทรัพยากรแร่มาใช้ประโยชน์จากวิธีเบื้องต้นที่ง่ายดาย ในสมัยโบราณ และวิวัฒนาการสู่การทำเหมืองที่ยุ่งยากขึ้นในปัจจุบันใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากแร่ที่ยังคงเหลืออยู่นั้นอยู่ในที่ลึกมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากแร่ที่ยังคงเหลืออยู่นั้นอยู่ในที่ลึกมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากแร่ที่ยังคงเหลืออยุ่นั้นอยู่ในที่ลึกมากขึ้น หรืออยู่ในบริเวณที่ยากต่อการจะนำขึ้นมาสู่ผิวโลก จึงได้วิธีการทำเหมืองหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และลักษณะการสะสมตัวของสายแร่ |
| |
1.เหมืองบนบก |
| |
1.1 เหมืองผิวดิน 1.1.1 เหมืองสูบ ได้แก่การทำเหมืองโดยการขุดหรือการระเบิดพังดินทรายปนแร่โดยใช้แรงคนหรือพลังน้ำแล้วใช้ เครื่องสูบดินทรายปนแร่ ขึ้นสู่รางกู้แร่หรือ อุปกรณ์แต่งแร่อย่างใดอย่างหนึ่ง
1.1.2 เหมืองฉีด ได้แก่ การทำเหมืองหลัดการเดียวกับเหมืองสูบ แต่ใช้เครื่องสูบน้ำน้ำด้วยพลังน้ำตามธรรมชาติดินทรายปนแร่จะถูกนำขึ้นสู่รางกู้แร่หรืออุปกรณ์การแยกแร่ต่อไป
1.1.3 เหมืองหาบ ได้แก่การทำเหมือง โดยทำการขุดแร่ปนดิน แล้ว นำเอาดินปนแร่โดยใช้เครื่องจักรกลหรือแรงคนจากบริเวณที่ขุดไปยังที่ติดตั้งอุปกรณ์การแยกแร่
1.1.4 เหมืองเล่น จะเป็นการทำเหมืองในแหล่งแร่ที่อยู่ตามเนินเขาหรือไหล่เขาโดยใช้แรงคน พลังน้ำ เครื่องขุด เพื่อพังดินทรายและแร่ตามหน้าเหมือนให้ไหลไปสู่รางกู้แร่ที่อยู่ในบริเวณต่ำกว่า |
| |
1.2 เหมืองใต้ผิวดิน การทำเหมืองใต้ผิวดินนั้นโดยความหมายคือ การนำแร่จากใต้ผิวดินขึ้นมาบนผิวโลกโดยการเจาะปล่อง ลงไปและเดินหน้าเหมืองตามแนวระดับ โดยไม่มีการขุดเปิดผิวดินการทำเหมืองในลักษณะนี้จะต้องมีการระบายอากาศและมีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ค่อนข้างทันสมัย และจะต้องอาศัยบุคลากรที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ เหมืองใต้ผิวดินจะมีการเปิดหน้าเหมืองได้หลายวิธี เช่น ซึ่งวิธีการเปิดหน้าเหมืองใต้ผิวดินเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับสภาพของสายแร่ สภาพของหินข้างเคียงในประเทศไทยจะมีการทำเหมืองที่มีลักษณะคล้ายกับเหมืองใต้ดิน เช่น เหมืองอุโมงค์ ซึ่งจะเป็นการเปิดหน้าเหมืองเช่นเดียวกับ Open stoping เช่นเดียวกับเหมืองปล่องและเหมืองเจาะงัน
มีเหมืองที่จัดว่าเป็นเหมืองใต้ดินประเทศไทย ได้แก่ เหมืองแร่ตะกั่ว ที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีการเปิดหน้าเหมืองโดยวิธี Room and Pillar และเหมืองแร่ฟลูออไรท์ ที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเปิดหน้าเหมืองโดยวิธี Open Stoping ส่วนเหมืองอื่น ๆ ยังไม่จัดว่าเป็นเหมืองใต้ดินอย่างแท้จริง |
| |
1.3 เหมืองเหนือผิวน้ำ (Dredging) ได้แก่ การทำเหมืองแร่ขุด โดยนำเอาอุปกรณ์การทำเหมืองดินตั้งบนเรือหรือโป็ะและทำการขุดแร่ปนทรายขึ้นมาบนเรือ เพื่อนำแร่ปนทรายเข้าสู่เครื่องแยกแร่ การทำเหมืองแร่ประเภทนี้ในประเทศไทยจะเป็นการทำเหมืองแร่เรือขุดและลักษณะการทำเหมืองแร่เรือขุดแบ่งได้ 2 วิธีตามชนิดของเครื่องจักรที่ใช้ได้แก่ Cutter suction dredge ซึ่งเป็นการใช้เครื่องจักรตัดผ่านเข้าไปในชั้นดินทรายปนและสูบขึ้นมาบนเรือส่วน Bucket dredging เป็นเรือขุดที่ใช้ลูกกระเฌอ (Bucket) ที่เรียงเป็นแนวตัดผ่านเข้าไปในชั้นดินและดินปนแร่ แล้วนำดินปนแร่ขึ้นสู่ขบวนการแยกแร่ต่อไป การทำเหมืองแร่เรือขุดน้ำจะสามารถใช้ทำเหมืองได้ในทะเลลึกและในแผ่นดินเช่นจังหวัดภูเก็ต พังงา สงขลา |
| |
1.4 เหมืองแร่ประเภทอื่น ๆ ได้แก่เหมืองละลายแร่ (Solution mine) ตัวอย่างของเหมืองวิธีนี้ได้แก่ เหมืองแร่ เกลือหินที่เปิดดำเนินการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมการทำเหมืองแร่ โดยวิธีหนึ่งย่อมจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ระดับของผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นก้จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากการทำเหมืองแร่มิได้มีแผนการควบคุมป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบองค์ประกอบที่สำคัญได้แก่ สภาพภูมิประเทศและลักษณะของการทำเหมืองโดยทั่วไปผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดจากโครงการเหมืองแร่สามารถจำแนกสาเหตุออกได้สองประการคือ |
| |
1) ผลกระทบที่เกิดจากตัวแร่(Indigenous effects) แร่บางประเภทจะเป็นแร่ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม และจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุขอนามัยของราษฎรที่อยู่ใกล้เคียง แร่ประเภทนี้มีการเปิดดำเนินการในประเทศไทย ได้แก่ แร่ตะกั่ว สังกะสี มังกานีส โครเมียม เป็นต้น แร่ดังกล่าวหากอยู่ในน้ำก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพน้ำหากปะปนอยู่ในดิน ก็จะทำให้พืชที่เจริญเติบโต โดยอาศัยดินเหล่านั้นมีการสะสมตัวของธาตุต่าง ๆ หากมีการบริโภคพืชเหล่านั้นแล้วจะทำให้ร่างกาย ของคนเราเกิดมีการสะสมของธาตุต่าง ๆ เกินเกณฑ์มาตรฐาน จะมีผลต่อสุขภาพอนามัย ของราษฎรที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเลยนอกจากนั้นแล้วยังมีแร่อีกหลาย ๆ ประเภทที่เกิดผลหรือเกิดร่วมกับแร่ที่ไม่เป็นพิษ เช่นสารหนู ที่เกิดร่วมกับสายแร่ดีบุกเป็นต้น การทำเหมืองแร่ที่จัดว่าเป็นพิษนั้น แม่จะมีวิธีการ ควบคุมที่เข้มงวดแล้วก็ตาม อาจจะมีบางส่วนหลุดพ้นออกจากพื้นที่โครงการไปสู่ภายนอกได้ทั้งนี้ เนื่องจากขบวนการแต่งแร่แยกแร่มิสามารถจะทำได้ครบถ้วนร้อยเปอร์เซนต์ |
| |
2) ผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินการ (Operation effects) เหมืองแร่ทุกชนิดทุกประเภทจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันมีสาเหตุจากการดำเนินการ เช่น การเปิดหน้าดินก่อให้เกิดการชะล้างและพังทลาย น้ำขุ่นข้นในทะเลบริเวณใกล้เคียงกับการขุดแร่ในทะเลดินในบริเวณรอบ ๆ การทำเหมืองแร่เกลือนั้นจะปล่อยน้ำเค็มออกมาสะสมบนพื้นดินจนไม่สามารถปลูกพืชได้ ชายหาดได้รับความเสียหายจากการทำเหมืองแร่ในบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงเนื่องจากการพังทลายลักษณะภูมิทัศน์ถูกทำลายลงเพราะการเปิดเหมือง |
| |
นโยบายของรัฐที่พึงมีต่อทรัพยากรแร่
1.ปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังไม่ได้กำหนดแผนการใช้ทรัพยากรแร่ ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบที่จะส่งเสริมให้ประเทศก้าวหน้าไปในทิศทางที่ต้องการได้การวางแผนแม่บทนี้จะต้องนำข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งแร่ อาจจะเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจเบื้องต้นและการวางแผนนั้นจะต้องนำเอาสภาพสภาวะทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับทางด้านเศรษฐกิจกับประเทศไทย การมีแผนแม่บท นั้นจะทำให้การบริหารทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
2.วางแผนการนำทรัพยากรธรณีมาใช้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งไม่เป็นการทำลายสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติการกำหนดเขตที่แน่นอนสำหรับการพัฒนาแหล่งแร่หรือบริเวณที่มีแร่เฉพาะอย่างที่แน่นอนนั้นจะเป็นการวางแผนเฉพาะด้านได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น เช่น แหล่งพลอยจังหวัดจันทบุรี ตราด หรือกาญจนบุรี แหล่งแร่ถ่านหินลิกไนต์ที่จังหวัดลำพูน แร่เฟลปาร์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น
3.ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรณีที่ครบวงจรในอดีตที่ผ่านมาปริมาณการใช้ทรัพยากรธรณีค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการผลิตทั้งนี้เพราะประเทศไทยส่งสินแร่ออกไปโดยมิได้มีการแปรรูป ดังนั้นเพื่อให้ทรัพยากรธรณีของประเทศได้มีประโยชน์อย่างสูงสุดกับเจ้าของประเทศรัฐควรส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรธรณีในประเทศให้มากที่สุดเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ
4.รัฐจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม (Interrene) สำหรับการดำเนินการโครงการที่เกี่ยวกับการนำทรัพยากรธรณีที่มีความสำคัญต่อประเทศเช่นก็าซธรรมชาติปิโตรเลียมแร่ที่เป็นปุ๋ยแร่ยุทธปัจจัยเป็นต้น โดยการเข้าไปเกี่ยวข้องนั้นจะเป็นอยู่ในรูปใดรูปหนึ่งทั้งนี้เพื่อเป็นตัวควบคุมกลไกการผลิต
5.รัฐส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรธรณีให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะทรัพยากรธรณีจะเป็นวัตถุดิบขั้นพื้นฐานที่จะนำใช้พัฒนาประเทศ การส่งเสริมการวิจัยนั้นจะต้องครอบคลุมทั้งด้านการสำรวจ ผลิตเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อให้การนำทรัพยากรธรณีขึ้นมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด |